Monavista.com

News & Promotion from Sponsors

Welcome Username

Edit profile : Sign-out

My Favorite product (15)

  • Home
  • cpu
  • ตำนานรหัสลับของอินเทล

cpu/ intel

in cpu


ตำนานรหัสลับของอินเทล

Contributor of this story

by Sankwan

05 06 2012 10:49:08 AM

443 view


Save for Later

ล้วงลึกถึงที่มาที่ไปของชื่อรหัสหรือโค้ดเนมชิปของอินเทลรุ่นต่าง ๆ จนถึง ไอวี่บริดจ์รุ่นล่าสุด

News & Promotion from Sponsors

 

 

“ชื่อโค้ดเนมชิปของเรามีที่มาจากทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นชื่อของดวงดาว ดวงจันทร์ ตัวการ์ตูน หรือแม้แต่บรรดาชื่อของไดโนเสาร์พันธุ์ต่างๆ ในสมัยจูราสสิค พาร์ค ซึ่งตัวโปรดของผมคือเจ้า แร๊ปเตอร์ ชื่อต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีความน่าสนใจ น่าตื่นเต้นและยังแฝงไว้ซึ่งความหมายในตัวอีกด้วย”

                                                                                                รัส แฮมสเตน อินเทล คอร์ปอเรชั่น

 

กรุงเทพฯ 1 มิถุนายน2555- บริษัทเทคโนโลยีปัจจุบันต่างให้ความสนใจและหลงใหลในโค้ดเนม หรือ ชื่อรหัสที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเรียกผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งของบริษัทมากขึ้น โค้ดเนมกลายมาเป็นกลไกทางการตลาดและได้รับการเกริ่นถึงบ่อยครั้งในช่วงหลายเดือน หรือบางครั้งหลายปี ก่อนหน้าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด อินเทลเองก็ได้มีการตั้งชื่อโค้ดเนมเป็นการภายในให้กับไมโครโปรเซสเซอร์ ชิปเซ็ท และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ก่อนที่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดจะมาถึง เช่นเดียวกับบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายอื่นๆ

 

ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 วิศกรของอินเทลได้เลือกชื่อต่างๆ มาเพื่อสร้างความสนุกสนานและกระตุ้นให้เกิดการทำงานร่วมกันของทีมงาน เช่น อินเทลมีทีมที่ทำโปรเจคชื่อ “Bart”และ “Lisa”เพื่อเป็นเกียรติแก่ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “The Simpsons”และอีกทีมหนึ่งก็ง่วนกับโปรเจค “Dead Rock Star”ของชุดมาเธอร์บอร์ด  ส่วนตัว Intel Advanced/ZP motherboard ที่ใช้โค้ดเนมว่า “The Zappa” เป็นตัวที่ประสบความสำเร็จจากนโยบายการเปลี่ยนโค้ดเนมมาเป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ นับตั้งแต่นั้นมาอินเทลได้เริ่มเปลี่ยนมาใช้สถานที่ต่างๆ ซึ่งมิใช่ชื่อทางการค้าในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือแคนาดาที่ปรากฏอยู่ในแผนที่โลกมาเป็นโค้ดเนมอย่างเช่น ถ้ามีการตั้งชื่อโค้ดเนมของผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งด้วยชื่อทางภูมิศาสตร์ชื่อใดชื่อหนึ่ง นั่นอาจเป็นไปได้ว่าโรงงานผลิตชิปรุ่นดังกล่าวของอินเทลตั้งอยู่ใกล้กับพิกัดของภูมิศาสตร์นั้นอินเทลมีวิศกรประจำโครงการที่ทำหน้าที่เสนอรายชื่อสถานที่ทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมสำหรับโปรเจคนั้นๆ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นชื่อเมือง แม่น้ำ ภูเขาหรือเทือกเขา ต่อมาในภายหลังโค้ดเนม ได้เริ่มมีความหลากหลายมากขึ้นเมื่ออินเทลได้ขยายขอบข่ายธุรกิจออกไปกว้างขวางมากขึ้นในหลายประเทศ

 

เคยสงสัยหรือไม่ว่าชื่อโค้ดเนม “Ivy Bridge(ไอวี่บริดจ์)ของ อินเทลTMคอร์TMโปรเซสเซอร์       เจนเนอเรชั่น 3มาจากไหน

ในเบื้องต้น การทำความรู้จักกับโค้ดเนม “Sandy Bridge” (แซนดี้บริดจ์)ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์ตระกูลคอร์ของอินเทล ในเจนเนอเรชั่นที่ 2 จะช่วยให้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้นถึงที่มาที่ไปของ “ไอวี่บริดจ์”

อารี ฮาร์ซาท ผู้จัดการฝ่ายวางแผนเชิงกลยุทธ์ผู้อยู่เบื้องหลังที่มาของโค้ดเนมที่โดดเด่นของ     อินเทลหลายตัวเล่าว่า แรกเริ่มเดิมทีสถาปัตยกรรมไมโครชิป “Sandy Bridge” ได้รับการตั้งชื่อว่า “Gesher” ซึ่งเป็นคำในภาษาฮิบรูที่แปลว่า “Bridge” หรือสะพาน ซึ่งเป็นชื่อที่เปลี่ยนไปจากหลักการตั้งชื่อโค้ดเนมตามชื่อภูมิศาสตร์ของอินเทลในตอนแรกเนื่องจากฮาร์ซาทและทีมของเขาเลือกที่จะตั้งชื่อชิป   เจนเนอเรชั่นใหม่นี้ที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมแบบใหม่ด้วยแนวคิดใหม่ ให้คู่ขนานไปกับแนวคิดของ “สะพานที่จะนำไปสู่อนาคต” (Bridge into the future) แต่ในภายหลังนักวิเคราะห์ในแวดวงได้ออกมาท้วงติงว่าชื่อ Gesher นั้นเหมือนชื่อของพรรคการเมืองในอดีตของประเทศอิสราเอล โค้ดเนมนี้จึงได้รับการแปลและเปลี่ยนเป็นชื่อภาษาอังกฤษแทนโดยมีคำว่า "Sandy” อยู่ข้างหน้า

หลังชื่อแซนดี้บริดจ์ที่ประสบความสำเร็จ ฮาร์ซาทก็ได้รับมอบหมายได้เป็นผู้ตั้งชื่อชิปตัวถัดไป ซึ่งเขาได้ค้นหาที่ชื่อที่เป็นชื่ออเมริกันอย่างแท้จริง และชื่อทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งของฮิบรูและอเมริกาเหนือ เช่น “Dothan” ซึ่งเป็นชื่อเมืองในรัฐอลาบามา “Yonah” ภูเขาในจอร์เจีย และ “Merom”เมืองในอินเดียน่า ซึ่งต่อมาชื่อเหล่านี้ได้กลายมาเป็นชื่อโค้ดเนมของชิปสำหรับโทรศัพท์มือถือของอินเทล

ฮาร์ซาท เล่าต่อว่า “ในสหรัฐฯ มีหลายสถานที่ที่ชื่อของสถานที่มีคำว่า Bridgeร่วมอยู่ด้วย และผมก็ไปเจอคำว่า Ivy Bridgeซึ่งเป็นคำที่ผมคำว่านั่นแหละใช่เลย และไอวี่ยังเป็นต้นไม้ที่สวยงามอีกด้วย” และถึงแม้ว่าจะมี Ivy Bridge College ที่เมืองโทเลโด รัฐโอไฮโอ และIvy Bridge Caféที่เมืองเบดฟอร์ด รัฐเวอร์จิเนีย แต่สุดท้ายชื่อ Ivy Bridgeก็ได้รับการอนุมัติ

“การอนุมัติครั้งนี้สร้างให้เกิดชิปอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 ภายใต้โค้ดเนม“ไอวี่บริดจ์” ที่จะมีช่วงอายุยาวถึงประมาณ 5 ปีนับแต่วันที่ได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ คุณอาจเคยคิดว่ามีความหมายและคำอธิบายที่ซับซ้อนภายใต้เบื้องหลังชื่อนี้ แต่อันที่จริงแล้วมันเป็นแค่ความพยายามในการสืบเสาะค้นหาชื่อที่สามารถผ่านกระบวนการทางกฏหมายได้เท่านั้นเอง” ฮาร์ซาทกล่าวทิ้งท้าย

จุดเด่นของ อินเทล™ คอร์™ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3

·       อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 “Ivy Bridge” เป็นชิปตัวแรกที่นำเทคโนโลยีการผลิตขนาด22 นาโนเมตรรุ่นแรกของโลกจากทรานซิสเตอร์ 3มิติ มาใช้

·       อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 แซงหน้าโมเดล “ทิค-ทอค” โดยสามารถเร่งแผนพัฒนาและปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของชิป ที่เกิดขึ้นพร้อมกับกระบวนการผลิตให้เกิดขึ้นภายในปีเดียวกันได้

·       อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 มาพร้อมกับIntel® HD Graphics 4000ที่เสริมประสิทธิภาพในการรับชมกราฟิกแบบ 3มิติได้ดียิ่งขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่นเดิม ให้ผู้ใช้จะเพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมมากกว่าเดิมด้วยรายละเอียดความคมชัดที่สูงขึ้น

·         อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น เช่น Intel® Secure Key and Intel® OS Guardที่ทำหน้าที่ปกป้องข้อมูลและอัตลักษณ์ส่วนบุคคล  คุณสมบัติทั้ง 2 อย่างนี้ได้นำมาผนวกเข้ากับแพลตฟอร์มด้านความปลอดภัยที่มีอยู่แล้วทั้ง Intel® Identity Protection Technology (Intel® IPT)และ Intel® Anti-Theft technology (Intel® AT)ที่ที่รวมประสิทธิภาพแพลตฟอร์มของอินเทลที่ให้ความปลอดภัยสูงสุดในอุตสาหกรรม

·         แพลตฟอร์มที่ใช้โปรเซสเซอร์ อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3ยังช่วยหนุนการส่งผ่านข้อมูลได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย USB 3.0 ที่รวมอยู่ใน Platform Controller Hub (PCH)ของซีรี่ส์ 7และ PCI Express 3.0ในตัวโปรเซสเซอร์ เทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลเข้าและออกในเจนเนอเรชั่นถัดไปจะมาพร้อมกับช่องทางลำเลียงข้อมูลขนาดใหญ่ขึ้นไปยังแพลตฟอร์มเพื่อให้ข้อมูลไหลผ่านไปได้อย่างต่อเนื่องและผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์พีซีอย่างไม่ติดขัด

อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 จะกลายมาเป็นขุมพลังให้แก่อุปกรณ์อัลตร้าบุ๊ก รวมถึง เซิร์ฟเวอร์ ระบบอัจฉริยะในร้านค้าปลีก สถานพยาบาล และสำหรับอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะมีออก“ชื่อโค้ดเนมชิปของเรามีที่มาจากทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นชื่อของดวงดาว ดวงจันทร์ ตัวการ์ตูน หรือแม้แต่บรรดาชื่อของไดโนเสาร์พันธุ์ต่างๆ ในสมัยจูราสสิค พาร์ค ซึ่งตัวโปรดของผมคือเจ้า แร๊ปเตอร์ ชื่อต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีความน่าสนใจ น่าตื่นเต้นและยังแฝงไว้ซึ่งความหมายในตัวอีกด้วย”

                                                                                                รัส แฮมสเตน อินเทล คอร์ปอเรชั่น

 

กรุงเทพฯ 1 มิถุนายน2555- บริษัทเทคโนโลยีปัจจุบันต่างให้ความสนใจและหลงใหลในโค้ดเนม หรือ ชื่อรหัสที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเรียกผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งของบริษัทมากขึ้น โค้ดเนมกลายมาเป็นกลไกทางการตลาดและได้รับการเกริ่นถึงบ่อยครั้งในช่วงหลายเดือน หรือบางครั้งหลายปี ก่อนหน้าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด อินเทลเองก็ได้มีการตั้งชื่อโค้ดเนมเป็นการภายในให้กับไมโครโปรเซสเซอร์ ชิปเซ็ท และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ก่อนที่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดจะมาถึง เช่นเดียวกับบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายอื่นๆ

 

ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 วิศกรของอินเทลได้เลือกชื่อต่างๆ มาเพื่อสร้างความสนุกสนานและกระตุ้นให้เกิดการทำงานร่วมกันของทีมงาน เช่น อินเทลมีทีมที่ทำโปรเจคชื่อ “Bart”และ “Lisa”เพื่อเป็นเกียรติแก่ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “The Simpsons”และอีกทีมหนึ่งก็ง่วนกับโปรเจค “Dead Rock Star”ของชุดมาเธอร์บอร์ด  ส่วนตัว Intel Advanced/ZP motherboard ที่ใช้โค้ดเนมว่า “The Zappa” เป็นตัวที่ประสบความสำเร็จจากนโยบายการเปลี่ยนโค้ดเนมมาเป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ นับตั้งแต่นั้นมาอินเทลได้เริ่มเปลี่ยนมาใช้สถานที่ต่างๆ ซึ่งมิใช่ชื่อทางการค้าในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือแคนาดาที่ปรากฏอยู่ในแผนที่โลกมาเป็นโค้ดเนมอย่างเช่น ถ้ามีการตั้งชื่อโค้ดเนมของผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งด้วยชื่อทางภูมิศาสตร์ชื่อใดชื่อหนึ่ง นั่นอาจเป็นไปได้ว่าโรงงานผลิตชิปรุ่นดังกล่าวของอินเทลตั้งอยู่ใกล้กับพิกัดของภูมิศาสตร์นั้นอินเทลมีวิศกรประจำโครงการที่ทำหน้าที่เสนอรายชื่อสถานที่ทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมสำหรับโปรเจคนั้นๆ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นชื่อเมือง แม่น้ำ ภูเขาหรือเทือกเขา ต่อมาในภายหลังโค้ดเนม ได้เริ่มมีความหลากหลายมากขึ้นเมื่ออินเทลได้ขยายขอบข่ายธุรกิจออกไปกว้างขวางมากขึ้นในหลายประเทศ

 

เคยสงสัยหรือไม่ว่าชื่อโค้ดเนม “Ivy Bridge(ไอวี่บริดจ์)ของ อินเทลTMคอร์TMโปรเซสเซอร์       เจนเนอเรชั่น 3มาจากไหน

ในเบื้องต้น การทำความรู้จักกับโค้ดเนม “Sandy Bridge” (แซนดี้บริดจ์)ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์ตระกูลคอร์ของอินเทล ในเจนเนอเรชั่นที่ 2 จะช่วยให้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้นถึงที่มาที่ไปของ “ไอวี่บริดจ์”

อารี ฮาร์ซาท ผู้จัดการฝ่ายวางแผนเชิงกลยุทธ์ผู้อยู่เบื้องหลังที่มาของโค้ดเนมที่โดดเด่นของ     อินเทลหลายตัวเล่าว่า แรกเริ่มเดิมทีสถาปัตยกรรมไมโครชิป “Sandy Bridge” ได้รับการตั้งชื่อว่า “Gesher” ซึ่งเป็นคำในภาษาฮิบรูที่แปลว่า “Bridge” หรือสะพาน ซึ่งเป็นชื่อที่เปลี่ยนไปจากหลักการตั้งชื่อโค้ดเนมตามชื่อภูมิศาสตร์ของอินเทลในตอนแรกเนื่องจากฮาร์ซาทและทีมของเขาเลือกที่จะตั้งชื่อชิป   เจนเนอเรชั่นใหม่นี้ที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมแบบใหม่ด้วยแนวคิดใหม่ ให้คู่ขนานไปกับแนวคิดของ “สะพานที่จะนำไปสู่อนาคต” (Bridge into the future) แต่ในภายหลังนักวิเคราะห์ในแวดวงได้ออกมาท้วงติงว่าชื่อ Gesher นั้นเหมือนชื่อของพรรคการเมืองในอดีตของประเทศอิสราเอล โค้ดเนมนี้จึงได้รับการแปลและเปลี่ยนเป็นชื่อภาษาอังกฤษแทนโดยมีคำว่า "Sandy” อยู่ข้างหน้า

หลังชื่อแซนดี้บริดจ์ที่ประสบความสำเร็จ ฮาร์ซาทก็ได้รับมอบหมายได้เป็นผู้ตั้งชื่อชิปตัวถัดไป ซึ่งเขาได้ค้นหาที่ชื่อที่เป็นชื่ออเมริกันอย่างแท้จริง และชื่อทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งของฮิบรูและอเมริกาเหนือ เช่น “Dothan” ซึ่งเป็นชื่อเมืองในรัฐอลาบามา “Yonah” ภูเขาในจอร์เจีย และ “Merom”เมืองในอินเดียน่า ซึ่งต่อมาชื่อเหล่านี้ได้กลายมาเป็นชื่อโค้ดเนมของชิปสำหรับโทรศัพท์มือถือของอินเทล

ฮาร์ซาท เล่าต่อว่า “ในสหรัฐฯ มีหลายสถานที่ที่ชื่อของสถานที่มีคำว่า Bridgeร่วมอยู่ด้วย และผมก็ไปเจอคำว่า Ivy Bridgeซึ่งเป็นคำที่ผมคำว่านั่นแหละใช่เลย และไอวี่ยังเป็นต้นไม้ที่สวยงามอีกด้วย” และถึงแม้ว่าจะมี Ivy Bridge College ที่เมืองโทเลโด รัฐโอไฮโอ และIvy Bridge Caféที่เมืองเบดฟอร์ด รัฐเวอร์จิเนีย แต่สุดท้ายชื่อ Ivy Bridgeก็ได้รับการอนุมัติ

“การอนุมัติครั้งนี้สร้างให้เกิดชิปอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 ภายใต้โค้ดเนม“ไอวี่บริดจ์” ที่จะมีช่วงอายุยาวถึงประมาณ 5 ปีนับแต่วันที่ได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ คุณอาจเคยคิดว่ามีความหมายและคำอธิบายที่ซับซ้อนภายใต้เบื้องหลังชื่อนี้ แต่อันที่จริงแล้วมันเป็นแค่ความพยายามในการสืบเสาะค้นหาชื่อที่สามารถผ่านกระบวนการทางกฏหมายได้เท่านั้นเอง” ฮาร์ซาทกล่าวทิ้งท้าย

จุดเด่นของ อินเทล™ คอร์™ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3

·       อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 “Ivy Bridge” เป็นชิปตัวแรกที่นำเทคโนโลยีการผลิตขนาด22 นาโนเมตรรุ่นแรกของโลกจากทรานซิสเตอร์ 3มิติ มาใช้

·       อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 แซงหน้าโมเดล “ทิค-ทอค” โดยสามารถเร่งแผนพัฒนาและปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของชิป ที่เกิดขึ้นพร้อมกับกระบวนการผลิตให้เกิดขึ้นภายในปีเดียวกันได้

·       อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 มาพร้อมกับIntel® HD Graphics 4000ที่เสริมประสิทธิภาพในการรับชมกราฟิกแบบ 3มิติได้ดียิ่งขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่นเดิม ให้ผู้ใช้จะเพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมมากกว่าเดิมด้วยรายละเอียดความคมชัดที่สูงขึ้น

·         อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น เช่น Intel® Secure Key and Intel® OS Guardที่ทำหน้าที่ปกป้องข้อมูลและอัตลักษณ์ส่วนบุคคล  คุณสมบัติทั้ง 2 อย่างนี้ได้นำมาผนวกเข้ากับแพลตฟอร์มด้านความปลอดภัยที่มีอยู่แล้วทั้ง Intel® Identity Protection Technology (Intel® IPT)และ Intel® Anti-Theft technology (Intel® AT)ที่ที่รวมประสิทธิภาพแพลตฟอร์มของอินเทลที่ให้ความปลอดภัยสูงสุดในอุตสาหกรรม

·         แพลตฟอร์มที่ใช้โปรเซสเซอร์ อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3ยังช่วยหนุนการส่งผ่านข้อมูลได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย USB 3.0 ที่รวมอยู่ใน Platform Controller Hub (PCH)ของซีรี่ส์ 7และ PCI Express 3.0ในตัวโปรเซสเซอร์ เทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลเข้าและออกในเจนเนอเรชั่นถัดไปจะมาพร้อมกับช่องทางลำเลียงข้อมูลขนาดใหญ่ขึ้นไปยังแพลตฟอร์มเพื่อให้ข้อมูลไหลผ่านไปได้อย่างต่อเนื่องและผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์พีซีอย่างไม่ติดขัด

อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 จะกลายมาเป็นขุมพลังให้แก่อุปกรณ์อัลตร้าบุ๊ก รวมถึง เซิร์ฟเวอร์ ระบบอัจฉริยะในร้านค้าปลีก สถานพยาบาล และสำหรับอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะมีออกหลังจากนี้

 

 

อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 แซงหน้าโมเดล “ทิค-ทอค” โดยสามารถเร่งแผนพัฒนาและปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของชิป ที่เกิดขึ้นพร้อมกับกระบวนการผลิตให้เกิดขึ้นภายในปีเดียวกันได้

 

Page


show

gallery (0)


News & Promotion from Sponsors