อัพเดตล่าสุด NVIDIA ได้ออกมาเผยถึงรายรับของตนในไตรมาสที่สองว่าร่วงลงอย่างมาก เพราะดีมานด์ต่ำ และการกดดันด้านราคาจาก ATI นอกจากนี้ยังมีข้อผิดพลาดกับกราฟิก ในโน้ตบุ๊กรุ่นเก่าอีกด้วย แต่ในตอนนี้ทางบริษัทได้เสนอไดร์เวอร์เพื่อแก้ไขเบื้องต้นเพื่อลดความเสียหายแล้ว
NVIDIA กล่าวว่ารายรับในไตรมาสที่สองนี้ 875 ล้านเหรียญฯ ถึง 950 ล้านเหรียญฯ แม้ว่าไตรมาสแรกนั้นจะทำได้ถึง 1.15 พันล้านเหรียญฯ แต่ช่วงหลังลดลง 5 เปอร์เซ็นต์ โดยคิดเป็นราว 34 เซ็นต์ต่อหุ้น
NVIDIA กล่าวว่าตลาดของผู้บริโภคนั้นมีดีมานด์ต่ำลงทั่วโลก นาย Jen-Hsun Huang CEO ของบริษัทกล่าวว่า
“We have no reason to believe that Q2 will be anything other than seasonal. Seasonal to us means a decline of 5% plus or minus.”
มีเรื่องที่ค่อนข้างแตกต่างกันสองเรื่องในวันนี้ NVIDIA กล่าวว่าจะใช้งบประมาณถึง 150 ถึง 200 เหรียญฯ ในไตรมาสสำหรับการรับประกัน, ซ่อม คืนของและเปลี่ยนชิ้นส่วน สำหรับอัตราการล้มเหลวของชิพในรุ่นก่อนหน้านี้ที่สูงมากขึ้น NVIDIA กลับกล่าวโทษการล้มเหลวของชิพในครั้งนี้ว่าเกิดจาก ไดน์ใช้ส่วนประกอบที่ไม่ได้คุณภาพของโน้ตบุ๊กและ MCP ที่ใช้ในโน้ตบุ๊ก และการบอกว่ารุ่นไหน ตัวไหนบ้างที่ได้รับผลกระทบในความเสียหายครั้งนี้นั้นยังคงเป็นเพียงรอยเสก็ตของ NVIDIA เท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่า NVIDIA เรียกซัพพลายเออร์มาถกถึงส่วนประกอบในชิพ และยังมีการเรียกหาการรับประกันอีกด้วย
“MCP และ GPU ในเจเนอเรชั่นที่แล้วที่ได้รับผลกระทบนั้น จะรวมถึงโน้ตบุ๊กหลายๆรุ่น และพบว่ามีการล้มเหลวในอัตราที่เพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งทางบริษัทเองยังไม่สามารถหาสาเหตุของการล้มเหลวที่แท้จริงได้ แต่จากการทดสอบนั้นพบว่าอาจจะเกิดจากปัญหาเรื่องของส่วนประกอบที่ใช้ในการผลิตตัวไดน์และแพกเกจที่ไม่ดีเพียงพอ, ระบบการดีไซน์การจัดการความร้อน, และการใช้งานของผู้ใช้ โดยทาง NVIDIA ได้เสนอไดร์เวอร์ซอฟท์แวร์เพื่อปรับประดับของพัดลมให้พัดเร็วและแรงขึ้นเพื่อลดความร้อนของระบบโดยรวม และทาง NVIDIA เองนั้นได้เสนอลูกค้าในการปรับปรุงระบบจัดการความร้อนในระบบที่มีผลโดยตรงต่อ MCP และ GPU อีกด้วย
ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดในตอนนี้ เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างแย่ของ NVIDIA ซึ่งได้รับคำเตือนจากตลาดถึงการคาดโทษและไม่ให้อภัย ไม่ให้อภัยเรื่องนี้อย่างไร? ลองดูชาร์ตที่ผมแนบมาด้วยนะครับ และลองดูว่ามันลดลงอย่างรวดเร็วจนน่าใจหายอย่างไร

ในส่วนของการแข่งขันนั้น NVIDIA เองยังคงมี AMD,ATI ที่เป็นคู่ที่สูสี เรียกว่าหากมีฝ่ายไหนเพลี่ยงพล้ำ ก็จะโดนรุกทันที ไม่ว่าจะด้านประสิทธิภาพหรือราคาก็ตามที ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะออกผลิตภัณฑ์มาพร้อมกัน แต่ฝั่ง ATI เองกลับสามารถทำราคาได้อย่างมีเหตุมีผลมากกว่า